มาแล้ว...ตามคำเรียกร้อง
ท่องเที่ยวกับ เส้นทางที่สูงที่สุดในโลก
เฉินตู-ทิเบต-ลาซา-ซีหนิง 8 วัน 7 คืน
พิเศษ...บินเข้าลาซา นั่งรถไฟไปซีหนิง
กำหนดการเดินทาง 3-10/17-24 มิ.ย./8-15 ก.ค.22-29 ก.ค./5-12/19-26 ส.ค./2-9/16-23 ก.ย. 2555
กำหนดการเดินทาง 3-10/17-24 มิ.ย./8-15 ก.ค.22-29 ก.ค./5-12/19-26 ส.ค./2-9/16-23 ก.ย. 2555
วันแรก กรุงเทพฯ – เฉินตู – ศาลเจ้าสามก๊ก
07.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบิน THAI AIRWAY INTERNATIONAL โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ อำนวยความสะดวกแก่ท่าน
10.15 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองเฉินตูโดยสายการบิน THAI AIRWAY INTERNATIONAL เที่ยวบินที่ TG 618 Q
(อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
14.25 น. ถึงท่าอากาศยานซวงหลิง นครเฉินตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวนและมีประชากรหนาแน่นที่สุด ของประเทศจีน ที่มีภูมิประเทศรายรอบไปด้วยเทือกเขาและมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีฤดูร้อนที่อบอุ่น ฤดูหนาวที่ไม่หนาวนักและมีปริมาณความชื้นสูง มีพื้นที่ประมาณ 218,920 ตารางไมล์ ( 567,000 ตารางกิโลเมตร ) ประชากรส่วนหนึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติต่างๆ ได้แก่ชาวยี่ , ธิเบต , เมี้ยว , หุย และเซี่ยง ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีถิ่นฐานอยู่ในเขตปกครองตนเองของมณฑลเฉิงตู และยังเป็นศูนย์กลางของการเดินทางทั้งทางอากาศและทางรถไฟรวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ, วัฒนธรรมและการปกครอง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความเป็น “ เมืองจีน ” อย่างที่ผู้คนได้จินตนาการไว้ หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านชม อู่โหวฉือ หรือ ศาลเจ้าสามก๊ก สร้างขึ้นโดยพระบัญชาของกษัตริย์แห่งอาณาจักรเฉิง ปลาย ราชวงศ์จิ๋น ประมาณ 1,800 กว่าปีมาแล้ว ภายในศาลเจ้ามีรูปปั้นเล่าปี่ ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย พร้อมทั้ง 14 ทหารเอก และ 14 เสนาบดีเอก ชมสุสานเล่าปี่และมเหสี 2 องค์ จากนั้นนำท่านแวะเลือกซื้อไข่มุก ครีมไข่มุกบำรุงผิว ที่ทำจากไข่มุกน้ำจืดที่เพาะเลี้ยงในทะเลสาป
ค่ำ ä รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ã พักที่ GELINPULANTE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สอง เฉินตู – ลาซา – วัดโจคัง – ถนนแปดเหลี่ยม
เช้า ä รับประทานอาหารเช้าแบบชุด หรือ บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง ขึ้นอยู่กับเวลาเป็นสำคัญ
07.40 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองลาซาโดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA 4401 Q
ประกาศ ณ วันที่ 14 ก.ย. 2554 สายการบิน AIR CHINA มีประกาศเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก และขนาดกระเป๋าสัมภาระ โดยให้กระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องได้ท่านละ 1 ใบ มีน้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม และขนาดของกระเป๋าต้องมีขนาดโดยรอบของกระเป๋ารวมแล้วไม่เกิน 158 เซนติเมตร (กว้าง X ยาว X สูง) สัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องได้ท่านละ 1 ชิ้น น้ำหนักต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม ถ้าน้ำหนักและขนาดของกระเป๋าสัมภาระเกินกว่าที่สายการบินกำหนดไว้ จะต้องเสียส่วนที่เกินเป็นจำนวนเงิน 200 USD หรือ 1,300 หยวนต่อใบ
09.50 น. ถึงสนามบินก่งก่า นครลาซาแห่งหลังคาโลกทิเบต นำท่านเดินทางสัมผัสเมืองแห่งหลังคาโลกอย่างแท้จริง ที่นี่ท้องฟ้าสดใส กลางขุนเขาหิมาลัย ทุ่งโล่งกว้างเวิ้งว้าง ธงทิวแห่งมนตราปลิวไสว และนี่คือระดับความสูง 3,650 เมตร (ดอยอินทนนท์สูงเพียง 2,400 เมตร กว่าๆ เท่านั้น) นำท่านเดินทางลัดเลาะ แม่น้ำซังโปอันใสสะอาด สะท้อนภาพองค์พระพุทธรูปบนหน้าผาหินลงท่ามกลางสายน้ำอันเยือกเย็น เข้าสู่ นครลาซา ผ่านทิวทัศน์อันงดงามแปลกตา ผ่านผู้แสวงบุญที่มากับสองเท้า บ้างก็คลานแบบอัฐฎางคประดิษฐ์ บ้างก็นั่งรถมา จุดหมายของชาวทิเบตทุกสายมุ่งหน้าสู่ นครแห่งความศักดิ์สิทธิ์ลาซา (เราเพิ่งเดินทางจากระดับพื้นน้ำทะเล ที่นี่อากาศเบาบาง ออกซิเจนน้อย เราจึงต้องลดความเร็วในการเคลื่อนไหว บ่ายคือช่วงเวลาปรับตัวขอให้ท่านผ่อนคลายเคลื่อนไหวช้า ห้ามสูบบุหรี่โปรดปฎิบัติอย่างเคร่งครัด) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
เที่ยง ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ วัดโจคัง (ภาษาจีนเรียก วัดต้าเจ้าซื่อ (Jokhang Temple) เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตทั้งมวล เพราะเมื่อมีพิธีถือศีลกัน พระลามะจำนวนมากก็จะเดินทางมารวมกันทำพิธีที่นี่ สร้างในสมัยของกษัตริย์ซองเซิน กัมโป (อยู่ในปีค.ศ.620-649 ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่รวมอาณาจักรทิเบตให้เป็นปึกแผ่น) เช่นกัน เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ที่มเหสีชาวต่างชาติสององค์ของพระองค์ คือ ชาติจีน และเนปาล นำเข้ามายังทิเบต ศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ มีตำนานเล่ากันว่า ก่อนที่กษัตริย์ซองเซิน กัมโป จะสร้างวัดต้าเจาซื่อ ได้อธิษฐานว่าพระองค์จะโยนแหวนขึ้นไปบนอากาศ หากแหวนนั้นตกลงที่ใดก็จะสร้างวัดลงตรงนั้น ปรากฏว่าแหวนลอยลงไปตกในสระน้ำกระทบกับหินที่โผล่ขึ้นมา ทันใดนั้นเอง นิมิตของสถูปก็ปรากฏให้แก่คนทั่วไปได้เห็น จึงนับว่าเป็นนิมิตที่ดี กษัตริย์ ซองเซิน กัมโป ก็เลยสร้างให้สร้างวัดลงตรงนั้นเอง ภายในวัดมีสิ่งสำคัญอยู่หลายสิ่งเป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ อาทิเช่น รูปปั้นอนุสาวรีย์ ยา 2 เม็ด ที่สร้างเมื่อ 200 ปีก่อน บอกวิธีการรักษาโรคฝีดาษที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปรากฏว่ารูปปั้นนี้ถูกผู้คนแอบแทะไปกินเพื่อรักษาโรคเสียแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่พระนาง เหวิน เฉิง นำมาจากประเทศจีนเมื่อ 1300 ปีก่อน ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม้แต่พวกขบวนการเรดการ์ด หรือกองทัพแดงที่ทำลายทุกอย่างตอนที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในประเทศจีน ยังไม่กล้าแตะต้องพระพุทธรูปองค์นี้เลย จากนั้นนำท่านออกมาเดินชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวทิเบต ที่ถนนฆอร์หรือ ถนนแปดเหลี่ยม ที่ล้อมรอบวัดโจคัง ซึ่งเป็นจุดรวมศาสนา วัฒนธรรม ศิลปะหัตกรรมตลอดจนวัฒนธรรมของทิเบต ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ตลาดถนนแปดเหลี่ยมมากไปด้วยร้านค้า สองข้างเต็มไปด้วยแผงขายสินค้าศิลปหัตถกรรมของชาวทิเบตมากมาย ให้ท่านอิสระอปปิ้ง ชื้อสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลาย จากนั้นนำท่านชม ภาพวาดถังข่า หรือทังกา ซึ่งภาพวาดถังข่าเป็นภาพลายปักบนผ้าไหมหรือกระดาษ ที่แสดงถึงขนบทำเนียมประเพณีของชาวทิเบต และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของชาวทิเบต ให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝากคนทางบ้าน
ค่ำ ä รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ã พักที่ GANGJIANLASA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สาม พระราชวังโปตาลา – ตำหนักนอร์บุหลิงฆา – วัดเซรา
เช้า ä รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม พระราชวังโปตาลา ตั้งอยู่บนยอดเขาแดงซึ่งมี ความสูงประมาณ 117 เมตร พระราชวังโปตาลา เป็นอาคารสูง 13 ชั้น ยาว 400 เมตร กว้าง 350 เมตร มีห้องต่าง ๆ เกือบ 1,000 ห้อง เริ่มสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รวบรวมทิเบต ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้สำเร็จ คือ กษัตริย์ชองเซิน กัมโป (Songtsen Gampo) แรกเริ่มต้องการเพียงจะ สร้างเป็นตำหนักให้แก่มเหสีชาวจีนและชาวเนปาลของพระองค์เอง ต่อมาทรงใช้ป้อมแห่งนี้เป็นสถานที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าจวบ จนกระทั่งสมัยเปลี่ยนการปกครอง เป็นพระลามะ เป็นผู้ปกครองประเทศ ปัจจุบันนี้ส่วนก่อสร้างเดิม 2 หลังนี้ยังคงเหลือให้เห็นอยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างใหม่ ที่ต่อเติม ในยุคหลัง อาคารที่ต่อเติมในช่วงหลังนี้ ส่วนหลัก ๆ สร้างในสมัยของดาไล ลามะ ที่ 5 ประมาณ ปี ค.ศ. 1645 - 1693 (องค์ดาไลลามะ องค์ปัจจุบันคือ องค์ที่ 14)เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูหนาว พระราชวังโปตาลา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของพระราชวังสีขาว, สีแดง และส่วนเชื่อมที่เป็นสีเหลือง พระราชวังสีขาว เป็นส่วนของสังฆาวาส พระราชวัง สีแดงเป็นส่วนพุทธาวาสสำหรับใช้ทำกิจของสงฆ์ และบรรจุพระศพของ องค์ดาไลลามะ (ดาไล ลามะองค์ที่ 5,7,8,9,10,11, 12 และ 13) และห้องสมุดที่ใช้สำหรับเก็บ พระไตรปิฎก
เที่ยง ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม ตำหนักนอร์บุหลิงฆา อันเป็นพระราชวังฤดูร้อน คู่กันกับพระราชวังฤดูหนาวโปตาลา ความหมายเดิมของชื่อ นอร์บุ หลิงฆา แปลว่า “สวนอัญมณี” สร้างขึ้นในช่วงหลังศตวรรษที่ 18(ตรงกับปี พ.ศ. 2298 ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตก 12 ปี) โดยดาไลลามะที่ 7 สมัยต่อๆ มา ดะไลลามะองค์อื่นๆ ได้สร้างต่อเติมส่วนของตนเองขึ้นมาเรื่อย ๆ แม้แต่ดาไล ลามะ องค์ที่ 14 ก็ยังได้ต่อเติมพระราชวังของตนเองก่อนที่จะหนีออกจากทิเบต ในบริเวณโถงรับรองมีบัลลังก์เทวราช และงานจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประสบการณชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ โดยมีกรอบเป็นภาพเขียนพุทธชาดก จากนั้นนำท่านชม วัดเซรา (ภาษาจีนเรียก ซึราซื่อ (Sera Monastery)) ซึ่งอยู่ห่างไปทางเหนือ 5 กิโลเมตร บริเวณเชิงเขาตาติปู และสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของกระท่อมที่พระชองฆาปาศึกษาธรรมและปฎิบัติกรรมฐาน ทางเหนือของเมืองลาซาขึ้นไป สร้างโดยศิษย์รูปหนึ่งของชองฆาปา (Tsong Khapa) เมื่อปี ค.ศ. 1419 ( ชองฆาปา มีอายุอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1357-1416 เป็นผู้ปฏิรูปและก่อตั้งพุทธศาสนา ลัทธิเกอลักปา (Gerlugpa Sect) หรือ นิกายคุณธรรม ซึ่งนิยมเรียกนิกายหมวกเหลือง ตามประวัติเล่ากันว่า ชองฆาปา ก็คือพระอาจารย์ขององค์ ดาไล ลามะที่ 1) อารามแห่งนี้เคยมีพระจำวัดอยู่ถึงเกือบ 5,000 รูป เป็นอารามที่รู้จักกันดีทั่วทิเบต เนื่องจากมีสำนักสงฆ์ที่มีคุณภาพ ปัจจุบันมีพระจำวัดอยู่ประมาณ 300 รูป อาคารหลัก ๆ ของอารามยังคงอยู่ในสภาพดี เนื่องจากไม่ถูกทำลายลงในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม ทุกๆวันช่วงบ่ายแก่จะมีการฝึกฝนทางธรรมโดยการใช้การตั้ง และตอบคำถาม โดยที่ลามะแต่ละรูปจะมารวมตัวที่ลานวัด เพื่อทดสอบพระธรรมในรูปแบบการตั้ง “ปุจฉา” และ “วิสัชนา” และอาจได้ชมที่วัดนี้
ค่ำ ä รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ã พักที่ GANGJIANLASA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ ทะเลสาบหยางจงยงหู – ลาซา
เช้า ä รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางไต่ภูเขาสูงข้ามขอบฟ้าสู่ที่ราบสูงชิงไห่ ห่างจากลาซาไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 100 กิโลเมตร ระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกลสุดขอบฟ้ามีภูเขาหิมะเรียงรายสลับเป็นชั้นสวยงาม จากนั้นนำท่านชมทะเลสาบหยางจงยงหู (ทะเลสาบยามดรก YAMDROK LAKE ) ซึ่งเป็นทะเลสาบ 1 ใน 4 ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 4,000 เมตร ทะเลสาบมีสีเทอร์คอยส์ใสเรียบดังกระจก ทุกๆปีจะมีคนนับแสนเดินทางมาประกอบพิธีล้างบาป เมื่อท่านได้มาเยือนทะเลสาบแห่งนี้จะรู้สึกเหมือนฟากฟ้าอยู่แค่เอื้อมมือถึง เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ภูเขา ที่ราบ ทุ่งหญ้า ฝูงแกะ ฟาร์มวัว พันธุ์ไม้ป่าหลากสีสัน
เที่ยง ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองลาซา ซึ่งในปัจจุบันเป็นมณฑลหนึ่งของประเทศจีน ซึ่งได้ใช้กำลังทหารจากเมืองเฉินตูบุกเข้ายึดครองทิเบตในปี ค.ศ. 1951 ซึ่งในครั้งนั้นก็ได้รับการต่อต้านจากกองกำลังของทิเบตแต่ก็ไม่อาจทัดทานกำลังของกองทัพประเทศจีนได้ ทำให้ ดาไล ลามะ อพยพออกจากทิเบตพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกประมาณ 5 หมื่นคน และได้ไปตั้งฐานแห่งใหม่ของตนเองในประเทศอินเดีย จากนั้นนำท่านสู่ ร้านหินทิเบต หมายถึง ความเจิดจรัส ความสว่างไสว ความสุกสกาว รุ่งเรือง เป็นหินนำโชค การได้สวมใส่ ซีบีด แม้เพียงเม็ดเดียว ก็เชื่อว่า จะสามารถ คุ้มครอง ผู้ใส่จากเคราะห์ร้ายทั้งมวลได้ ทั้งยังช่วยให้พ้นภัยจากภูตผีปีศาจได้ ช่วยนำโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย และสุขภาพดี มาสู่ผู้ที่ได้ครอบครอง อีกด้วย
ค่ำ ä รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ã พักที่ GANGJIANLASA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า ลาซา – นั่งรถไฟไปซีหนิง
เช้า ä รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ ขบวน K918 นำท่านขึ้นรถไฟขบวนท่องเที่ยวสุดหรู (แบบเมืองจีน)
11.20 ขบวนรถไฟออกจากสถานี ข้ามสะพานแม่น้ำลาซา และอำลาพระราชวังโปตาลาอันเป็นสัญลักษณ์ของทิเบตและจุดศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของชาวพุทธทิเบต และวัดเดรปุงที่อยู่เชิงเขา ก่อนลอดอุโมงค์หยังปา จิ่ง ยาว 42.5 กม.
เที่ยง ä รับประทานอาหารกลางวันบนรถไฟ (แบบกล่อง)
13.00 รถไฟสู่อำเภอน่าจวี่ ผ่านทุ่งหญ้าเชียงถัง (4,600 เมตร ) พื้นที่กว่า 6 แสนตารางกิโลเมตร ดูเหมือนผ้าห่าต๋าสีเขียวผืนปูไว้บนที่ราบสูง รถไฟวิ่งท่ามกลางทะเลดอกหญ้า ฝูงจามรีและแพะ แกะกระจายตามทุ่งดอกหญ้า เหมือนไขมุกที่เคลือบไว้บนพรมไหมสีสันสวยงาม ขอบฟ้าสุดสายตาเป็นภูเขาหิมะติด ๆ กันยึดยาวไปตามเส้นทางรถไฟ นอกนั้นยังมีทะเลสาบเทวดา และน้ำพุร้อนอีกมากมากกระจายอยู่ในทุ่งหญ้า
15.23 รถไฟจอดให้ชมวิวในบริเวณ ทะเลสาบนัมซัว (สูงจากระดับน้ำทะเล 4,800 เมตร พื้นน้ำกว้าง 400 ตารางกม.) เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีระดับน้ำทะเลสูงสุดของโลก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสาละวิน ทะเลสาบตั้งอยู่ในใจกลางทุ่งหญ้าเชียงถัง มักจะมีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดวิ่งอยู่บริเวณทะเลสาบ เช่น จามรี ลา ละมั่ง แพะเหลือง เสือดาวหิมะ ไก่หิมะเป็นต้น ดูเหมือนเป็นสวนสัตว์ธรรมชาติ สีของน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมน้ำใสเขียว ภาพที่เห็นจะเสมือนเห็นนกบินอยู่ในน้ำ ปลาว่ายน้ำอยู่บนเมฆ เดือนกันยายนและตุลาคม หญ้าในริมน้ำสีแดงไปหมด ตัดกับสีน้ำเงินของน้ำ และสีขาวของหิมะบนยอดเขาริมทะเลสาบซึ่งยอดเขามีความสูงถึง 7,000 เมตร จุดชมวิว(ยาว 500 ม. ) ของทะเลสาบห่างจากสถานีรถไฟ 20 เมตร หลังถ่ายรูปเดินทางต่อจะได้เห็นเทือกเขาเขียวชะอุ่ม ยาวเกือบ 400 กม. เป็นกำแพงเขียวเพื่อป้อนกันพายุทรายในช่วงหน้าหนาว
16.28 ผ่าน เขาถังกู่ระ อันยิ่งใหญ่มโหฬาร ชม กาเซียร์เจียงเกินตี๋หรู อยู่บนเขาเก๋อราตันตุง ยาว 14 กม. กว้าง 2 กม. ) ในช่องเขาถังกู่ระ กาเซียร์สายนี้เป็นธารน้ำแข็งใหญ่สุดของเอเชีย เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำแยงซีเกียงโดยแท้ น้ำแข็งบนกาเซียร์ละลายไหลเข้าแม่น้ำโถโถ ช่องเขาแห่งนี้เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างทิเบตกับมณฑลชิงไห่ พื้นที่เขตนี้เป็นดินน้ำแข็งตลาดทั้งปี แต่อากาศก็มักจะเปลี่ยนแปลง แม้ในหน้าร้อนก็ยังมีพายุหิมะ ลูกเห็บ น้ำค้างแข็ง เนื่องจากเป็นจุดสูงสุดที่มีทางรถไฟผ่าน(ของโลก) อากาศที่มีอยู่น้อยกว่า 40% หากเทียบกับที่ราบต่ำ ผู้โดยสารมักจะมีอาการเกิดขึ้นเมื่อรถไฟผ่านที่นี่ (แต่ท่านผ่านการปรับตัวมาแล้ว อาการก็จะน้อยลง) ยอดเขาถังกู่ระมีหิมะตลอดทั้งปี มีธารน้ำแข็งหลายสิบสายไหลลงมาจากยอดเขา มองใกล้เป็นภูเขา ชมไกลเป็นธารน้ำ รถไฟชะลอเพื่อให้ท่านชมวิวช่องเขาถังกู่ระ (สูงจากระดับน้ำทะเล 5,072 เมตร )
17.50 ผ่าน แม่น้ำโทงเทียน (4,500 เมตร ) ซี่งเป็นแม่น้ำลือชื่อสุดในเรื่องไซอิ๋ว พระถังซำจั๋งเดินทางไปเชิญพระไตรปิฎกจากประเทศอินเดียผ่านที่นี่ พระไตรปิฎกโดนปลายักษ์กินหมด หลังจากได้คืนกลับมาแล้วโดยได้ความช่วยเหลือจากเจ้าแม่กวนอิม ต้องตากแห้งในสองฝั่งของแม่น้ำสายนี้ เป็นแม่น้ำสายแรกตอนบนแยงซีเกียง รถไฟลงถึงจุดต่ำสุดในระหว่างทางเขาถังกู่ระและเขาคุนลุ้น ผ่านแม่น้ำโถโถ ซึ่งเป็นแม่น้ำตอนบนของแยงซีเกียง ยาว 346 กม. สูงจากระดับน้ำทะเล 4,533 เมตร มองออกจากหน้าต่างในสถานีรถไฟ เห็นเขาหิมะหลายลูกตั้งอยู่ เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำทรายทอง หรือแม่น้ำแยงซีเกียง ยอดที่สูงสุดเป็นเขาเก๋อลาตันตง
20.10 ลอด อุโมงค์ลมไฟ เป็นอุโมงค์ที่มีระดับน้ำทะเลสูงสุดของโลก (5,010 เมตร ) ยาว 1,338 เมตร พื้นดินของอุโมงค์ 80% เป็นดินน้ำแข็ง เป็นอุโมงค์ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยโดยใช้เวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้น ตอนที่สร้างอุโมงค์ได้ติดตั้งเครื่องแอร์และฮิตเตอร์เพื่อให้อุณหภูมิคงที่ไว้อยู่ใน -5 ถึง 5 องศา และยังมีเครื่องผลิตออกซิเจนสามเครื่อง ซึ่งผลิตออกซิเจน 5 พันตันต่อวัน มีนักวิชาการทั้งหมดสามรุ่นได้เก็บข้อมูล ณ ที่นี่นานถึง 73 ปี เพื่อเป็นข้อมูลศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างทางรถไฟเข้าสู่เมืองลาซา
20.50 รถไฟวิ่งผ่าน สวนอนุรักษ์สัตย์เขอ เขอ ซี ลี่ เป็นสวนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีพื้นที่กว้างสุด มีระดับน้ำทะเลสูงสุด และมีสัตว์มากที่สุดของจีน มีเนื้อที่ 8.3 ตารางกิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 5,000 เมตรขึ้นไป อากาศหนาวตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี -4 องศา หนาวสุด -40 องศา มีลมพัดแรงตลอดปี อากาศหนาวรุนแรงทำให้เป็นเขตที่ไม่มีผู้คนพักอยู่อาศัย จึงเปรียบเสมือนเป็น ขั้วโลกแห่งที่สาม ของมนุษย์ แต่กลับกลายเป็นสวนสนุกของสัตว์ชนิดต่าง ๆ มากถึงกว่า 230 ชนิด (ชาวทิเบตถือเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจามรีป่า ลาป่า และละมั่งป่า) เพื่อไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยของสัตว์ จึงจำเป็นต้องสร้างสะพานลอยขึ้นข้างบนให้รถไฟวิ่ง ส่วนข้างล่างเป็นช่องวิ่งของสัตว์ท้องถิ่น อยู่ใต้สะพานเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ดูเหมือนไร้ขอบเขต ข้ามสะพานชิง สุย เป็นสะพานข้ามแม่น้ำฉู่ หม่า เออร์ เป็นสะพานยาวสุดของทางรถไฟสายยิ่งใหญ่แห่งนี้ บนรถไฟท่านสามารถมองเห็นสัตว์เหล่า นี้กำลังวิ่งเล่นอยู่สองข้างทาง ชมวิวธรรมชาติบนธารน้ำแข็ง มีหน่อไม้น้ำแข็ง สะพานน้ำแข็ง สระน้ำแข็ง กำแพงเมืองน้ำแข็ง ประตูน้ำแข็ง เห็ดหอมน้ำแข็งเป็นต้น ข้ามแม่น้ำฉู่หม่า เอ๋อร์ (ต้นเกิดแยงซีเกียงอีกที่หนึ่ง) ระยะทางของสะพานนี้รวมแล้วยาวถึง 156.7 กม.
ค่ำ ä รับประทานอาหารค่ำบนรถไฟ (แบบกล่อง)
22.15 ขบวนรถไฟลอดอุโมงค์เขาคุนลุ้น (ใช้เวลา 2 นาที) มีความยาว 1,686 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 4,648 เมตร ช่วงหนาวสุดอุณหภูมิติดลบ 30 องศา เป็นอุโมงค์ที่ยาวสุดในเขตดินน้ำแข็งของโลก จากนั้นขบวนรถเลาะเลียบเขาเทวดาคุนลุ้น ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังภูเขาทั้งหลาย ของประเทศจีน เป็นภูเขาเทวดาแห่งแรกของจีน ยาว 2,500 กม. กว้าง 130-200 กม. มีความสูงเฉลี่ย 5,600 เมตร ยอดเขาคุนล้นสูงสุด 7,719 เมตรจากระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นบรรพบุรุษของภูเขาหมื่น ๆ ลูก ในนิทานโบราณจีนมักจะเรียกว่าเป็นชีพจรมังกร เป็นต้นกำหนดของศาสนาลัทธิเต๋า ลูกหลานมังกรคือ ชาวจีน และเป็นแหล่งกำเนิดความศรีวิไลซ์ของประเทศจีนเมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว ข้ามช่องเขาคุนลุ้น (4,767 เมตร ) ท่านจะมองเห็น ภูเขาหิมะยู่ ซู ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขาคุนลุ้น (ด้านซ้ายมือของรถไฟ) ยอดเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งสำนักคุนลุ้น สูงจากระดับน้ำทะเล 4,500 เมตร มีตำนานกล่าวว่าภูเขาหิมะนั้นเป็นการแปลงกายของน้องสาวของหงักเซียนฮ่องเต้ บนเขาเต็มไปด้วยวัดวาอารามท่ามกลางดอกหญ้า ผ่านสถานนีเขาหิมะ ยู่ ซู (สูง 4,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ด้านขวามือของรถไฟเป็น เขาหิมะยู่ ซู และเขาคุนลุ้น (สูงจากระดับน้ำทะเล 6,178 เมตร) แม้เดือนกรกฎาคม (หน้าร้อนสุดของจีน) ก็ยังมองเห็นปรากฏการณ์หลากหลาย แสงแดดส่องหิมะและธารน้ำแข็งที่อยู่บนเขา เกิดเป็นลำธารและแม่น้ำ เป็นต้นกำเนิดของ น้ำพุคุนลุ้น และแม่น้ำ เก๋อเอ๋อร์มู่ นอกจากยอดเขาสองลูกนี้แล้ว ภูเขาสูง 5,000 เมตรขึ้นไปยังมีอีกยอดเขาอีก 13 ยอดเรียงแถวติด ๆ กันจากตะวันออกไปตะวันตก ดูเหมือนมังกรหยกกำลังเหาะลงมาจากสวรรค์ อยู่บนยอดเขาแต่ละลูกเต็มไปด้วยหิมะและธารน้ำแข็งตลอดทั้งปี ทำให้หิมะหน้าร้อนของเขาคุนล้นมีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก
ã พักผ่อนบนรถไฟ (พักตู้นอน ห้องละ 4 คน * **บนรถไฟไม่มีห้องเดี่ยว)
à บนรถไฟมีการควบคุมระดับออกซิเจนให้เหมือนกับอากาศปกติทั่วไป มีหมอและห้องพยาบาลบริการ
วันที่หก ซีหนิง – อารามถาเอ่อร์ซื่อ – เฉินตู
เช้า ä รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ (แบบกล่อง)
รถไฟผ่านเมืองเก๋อเอร์มู่ ผ่านทะเลสาบชิงไห่ เป็นทะเลสาบน้ำเค็ม ที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีพื้นที่ 4,583 ต.กม. ลึก 19 เมตร (ระดับน้ำทะเล 3196 เมตร ) ดูเหมือนมหาสมุทรที่ตั้งไว้บนที่ราบสูงหลังคาโลก เป็นทะเลสาบสวยงาม น่าทึ่งหาชมได้ยาก รอบ ๆ ทะเลสาบออบล้อมด้วยภูเขาหิมะและทุ่ง ดอกหญ้าอันกว้างใหญ่ ทุ่งมัสตาร์ดสีเหลือง และทุ่งข้าวสาลี ท่านสามารถ มองเห็นฝูงแพะดั่งเมฆสีขาวลอยอยู่บนทะเลดอกไม้ จินตนาการได้ดั่งบทกวี และภาพวาดของจิตรกรเอก ให้ความรู้สึกสงบ สบายและลืมเรื่องอันวุ่นวายทั้งหลาย ผ่าน เขาพระจันทรา ซึ่งเป็น ประตูสู่หลังคาโลกด้าน ตะวันออกเฉียงเหนือ สมัยราชวงค์ถัง เจ้าหญิงเหวินเฉินเดินทางสู่ทิเบตเพื่อแต่งงาน กับกษัตริย์ซองเซินกัมโป กษัตริย์ทิเบต เคยยืนบนยอดเขา หันหลังทอดสายตา ชมความงามของประเทศตัวเอง หลังจาก นั้นฮั่นกับชาวทิเบต ได้ติดต่อหาสู่กันในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองได้มาก ขึ้นเรื่อยๆ ชมทิวทัศน์อันงดงามสองข้างทางรถไฟ ซึ่งเต็มไป ด้วยทุ่งมัสตาร์ด ยาวกว่า 100 กม. รถวิ่งอยู่ท่ามกลาง ทะเลดอกไม้ บางทีเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างขวางสุดขอบฟ้า จนมองไม่เห็นที่สิ้นสุด ผ่านหน้า วัดถ่าเอ๋อร์ สร้างขึ้นในปี 1560 เป็นวัดที่ใหญ่สุด 1 ใน 6 ของศาสนาลามะนิกาย หมวกเหลือง เป็นบ้านเกิด ของชอง ฆาปา ผู้ก่อตั้งของนิกายหมวกเหลือง อาจารย์ท่านดาไลลามะและปันเชนลามะ
11.44 น. ถึงเมืองซีหนิง เมืองหลวงมณฑลชิงไห่ ที่มีขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงทิเบตที่มีความสูงเฉลี่ยกว่า 3,000 เมตร มีประชากรเบาบางเพียงประมาณ 5 ล้านคน มีภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูง เสน่ห์ของชิงไห่คือความรกร้างห่างไกลและความเป็นอยู่ของชนเผ่าเร่ร่อน นำท่านสู่ภัตตาคาร
บ่าย ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม อารามถาเอ่อร์ซื่อ อารามแบบทิเบตที่สร้างทับสถานที่เกิดของพระสังกัปปะ พระผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลืองขึ้นในทิเบต วัดนี้เคยถูกทำลายในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมแต่ใน ภายหลังได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1980 นำชมหอประติมากรรมเนยจามรี ที่แกะสลักเป็นภาพชาดกและตำนานปรัมปราของชาวทิเบต
ค่ำ ä รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
20.40 น. เหินฟ้ากลับสู่ เมืองเฉินตู โดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA 4212 Q
22.15 น. ถึงสนามบิน เมืองเฉินตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวนและมีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศจีน ที่มีภูมิประเทศรายรอบไปด้วยเทือกเขาและมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก
ã พักที่ GELINPULANTE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า – วัดเจ้าเจี๋ย – TOP SHOW OF SICHUAN
เช้า ä รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเที่ยวชม ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ 600,000 ตารางเมตร ทางตอนเหนือของเมืองเฉิงตู สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1987 ซึ่งใช้เป็นศูนย์เพาะพันธุ์และอนุรักษ์รวมถึงใช้เป็นสถานที่ศึกษาหมีแพนด้า เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่จะศึกษาระบบนิเวศน์ , การอยู่อาศัยและการแพร่พันธุ์ของหมีแพนด้า จากนั้นนำท่านชม ร้านคริสตัล ให้ท่านได้เลือกซื้อคริสตัลและสินค้าประเภทคริสตัลที่ขึ้นชื่อ ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตและเจียระไนอย่างดีมีคุณภาพ
เที่ยง ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านแวะชิมชาต้นกำเนิด ซึ่งมีชาหลายประเภทให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝาก จากนั้นนำท่านเที่ยวชม วัดเจ้าเจี๋ย ซึ่งเป็นอารามเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถังและได้มีการบูรณะขึ้นในปี ค.ศ. 1663 ในสมัยราชวงศ์ชิง จากนั้นนำท่านแวะซื้อยาแก้น้ำร้อนลวกเป่าฟู่หลิง “ ยาบัวหิมะ ” ยาประจำบ้านที่มีชื่อเสียง และท่านจะได้ชมการสาธิตการนวดเท้า ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความเคลียด และบำรุงการไหลเวียนของโลหิตด้วยวิธีธรรมชาติ
ค่ำ ä รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมโชว์ TOP SHOW OF SICHUAN ภายใต้ชื่อว่า PARADISE ETHOS เป็นโชว์ใหม่ล่าสุดของเฉินตู ใช้นักแสดงกว่า 200 ชีวิต ซึ่งประกอบด้วยแสง สี เสียงไฮเทค, ทันสมัย และการแต่งกายอันสวยงามตระการตา เป็นการแสดงที่ผสมผสานกันระหว่างโชว์เปลี่ยนหน้ากาก, โชว์ธิเบต รวมถึงบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ และแสดงถึงวัฒนธรรมอันดีงามของมณฑลเสฉวน
ã พักที่ GELINPULANTE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่แปด เฉินตู – ช้อปปิ้งถนนคนเดิน – กรุงเทพฯ
เช้า ä รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านแวะชม โรงงานผลิตผ้าไหมของจีน ชมวิธีการนำเส้นไหมออกมาผลิตเป็นสินค้าทั้งใช้เครื่องจักร และแรงงานคนชมการดึงใยไหมรังแฝด ( แปลกแต่จริง ) เพื่อมาทำใส้นวมผ้าห่มไหม ซึ่งเหมาะกับการซื้อเป็นทั้งของฝากและใช้เอง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่าน Walking Street หรือ ถนนคนเดิน ของเสฉวน ซึ่งเป็นย่านขายสินค้าของวัยรุ่น Brand Name และขายสินค้าทันสมัยเป็นถนนที่ปิดไม่ไห้รถวิ่งผ่านได้ ให้ท่านอิสระและชมวิวทิวทัศน์ ไฟ แสง สี ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก และอิสระช้อปปิ้ง
เที่ยง ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ลิ้มรสเมนู...อาหารสมุนไพรยาจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่สนามบินซวงหลิง เมืองนครเฉินตู เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
15.30 น. เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI AIRWAY INTERNATIONAL เที่ยวบินที่ TG 619 Q
17.35 น. ถึงท่าอากาศยานสุววณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ.....K K K K K
ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ
J J J J ซื่อสัตย์ จริงใจ ห่วงใย เน้นบริการ คืองานของเรา J J J J
(*** กรุ๊ปออกเดินทางได้ตั้งแต่ 15 ท่านขึ้นไป ***)
หมายเหตุ : ตามนโยบายของรัฐบาลจีน ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งเมืองจีน ทุกเมือง กำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์สินค้าพื้นเมืองให้ นักท่องเที่ยวทั่วไปได้รู้จัก ในนามของร้านรัฐบาล คือ นวดฝ่าเท้า, บัวหิมะ, ผ้าไหม, ใบชา, คริสตัล, ไข่มุก, ภาพวาดถังข่า, หินทิเบต ซึ่งจำเป็นต้องบรรจุในโปรแกรมทัวร์ด้วย เพราะมีผลกับราคาทัวร์ จึงเรียนให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่านทราบว่า ร้านรัฐบาลทุกร้านจำเป็นต้องรบกวนทุกท่านแวะชมซึ่งจะใช้เวลาร้านละประมาณ 45 นาที ซื้อหรือไม่ซื้อขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก ไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น